หน้าแรก arrow ประวัติชมรมฯ


ประวัติชมรมฟุตบอลชัยพงษ์คัพ พิมพ์ อีเมล์
     ชัยพงษ์คัพ  ก็คือชีวิตหนึ่งกว่าจะรุ่งโรจน์ได้ ก็ใช้ความบากบั่น อดทนยาวนาน แม้ยังไม่ถึงจุดฝันที่กำหนดแต่ก็ก้าวมาแล้วเกินครึ่งฝัน แรงบันดาลใจสำคัญของลูกผู้ชายชื่อ  วิเชียร  เธียรชัยพงษ์  เริ่มจากความคิดสร้างสรรค์ที่จะใช้พลังเยาวชนพัฒนาชาติ ขจัดยาเสพติด โดยมีจุดฝันอยู่ที่เปเล่ราชาลูกหนังโลก  ที่มีชื่อเสียงกระเดื่องโลก วิเชียร เธียรชัยพงษ์ คิดนำ เปเล่ เป็นดวงเทียนส่องทางเยาวชนไทยห่างไกลยาเสพติดและสร้างชีวิตให้รุ่งโรจน์ดุจเปเล่ เด็กน้อยผู้ยากจนจากบราซิลโดยมีความเชื่อมั่นว่าโอกาสเป็นของทุกคนที่มีความตั้งใจจริง

 

 
ชัยพงษ์คัพเริ่มการแข่งขันปีแรก  ค.ศ.1991  เริ่มจากทีมยุวชนในจังหวัดพิจิตร 12 ทีม แม้ว่าการแข่งขันจะจบลงอย่างสวยงาม ด้วยความชื่นมื่นของทีมชนะผู้เตรียมมาพร้อม แต่สำหรับเจ้าของความคิดและผู้ร่วมก่อตั้ง “ชัยพงษ์คัพ” ได้มองเห็นอุปสรรคขวางหน้าจนเกือบเกินกำลัง เพราะในการจัดการแข่งขันครั้งแรกที่ผู้ร่วมก่อตั้งมีใจเต็มร้อย แต่ด้อยประสบการณ์ในการจัด แต่ชัยพงษ์คัพไม่ถอย เพราะอนาคตของเยาวชนและชาติสำคัญกว่าส่วนตัว ข้อบกพร่องจึงกลายเป็นบทเรียนที่จะทำให้ก้าวต่อไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปกำหนดขั้นตอนทีละก้าวๆแต่มั่นคง
 
 
 
ครั้งที่ 2  ปี ค.ศ.1992  ชัยพงษ์คัพ จึงเริ่มต้นอีกครั้ง โดยรวมผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนใหม่ๆ มาร่วมดำเนินการจัดการ ขจัดจุดอ่อนของปัญหา ได้ผลระดับหนึ่ง การทำงานชี้ชัดว่าต้องลงไปคลุกคลีใกล้ชิด เพื่อจะได้เห็นปัญหาและหาทางแก้ไขได้ทันท่วงที ทีมที่ร่วมการแข่งขันเพิ่มจาก 12 ทีมเป็น 19 ทีม
                                            


ครั้งที่3  ปี ค.ศ.1993  คงใช้ทีมงานชุดเดิมที่มีความตั้งใจ ทีมที่ร่วมแข่งเหลือเพียง 14 ทีม เนื่องด้วยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ แต่ภาพโดยรวมของการจัดการแข่งขัน มีการพัฒนาและราบรื่น ผู้คนสนใจการแข่งขันมากขึ้น
 

ครั้งที่ 4   ปี ค.ศ.1994  ได้รับความสนใจจากบุคคลสำคัญหลายระดับ เข้ามาสนับสนุน ส่งผลให้ผู้คนสนใจกีฬาฟุตบอลมากขึ้นสื่อมวลชนเริ่มให้ความสนใจ และปีนี้ ทีมเข้าร่วมชิงชัยรวม 16 ทีม
 


ครั้งที่ 5  ปี ค.ศ.1995  มีทีมร่วมแข่ง 20 ทีม มีทีมประเทืองทิพย์จากกรุงเทพเข้าร่วมแข่งด้วย มีการปรับกติกาให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ในเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งแต่เดิมใช้ความสูงเป็นเกณท์เปลี่ยนมาใช้อายุเป็นหลัก
 
ครั้งที่ 6  ปี ค.ศ.1996  ปีนี้เองแรงบันดาลใจอันเป็นบันไดใหม่ของเยาวชนไทย ก็เกิดขึ้นในมโนนึกของ วิเชียร เธียรชัยพงษ์  เจ้าของคำขวัญ   ทำเต็มที่  ดีต่อเนื่อง   ขณะนั่งชม  TV  ในการถ่ายทอดสดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 96 ณ ประเทศอังกฤษ  เมื่อวันที่  8 มิถุนายน  1996 เหลือบเห็น เอดสันอรันเตสโดนาสซิเมนโต้ 
เปเล่
 ราชาลูกหนังโลกพร้อมถ้วยใบใหญ่
     ส่งให้เกิดแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งเกิดขึ้น เปเล่ เป็นนักฟุตบอลในดวงใจที่ทรงคุณธรรม  มีน้ำใจเป็นนักกีฬา  มีสมาธิมุ่งมั่น  เป็นขวัญใจคนทั่วโลก  ผมอยากให้เด็กไทยยึดถือแบบนี้  มโนสำนึกที่จะใช้กระแสคนดังดึงใจเยาวชนเกิดขึ้นอย่างจริงจัง และมั่นใจว่า หากเยาวชนมีจุดฝันอันสูงสุด  จะเกิดความพยายามเดินทางไปให้ถึง    ถ้วยเปเล่  จึงเกิดขึ้นในใจของ  วิเชียร  เธียรชัยพงษ์  ที่คิดจะให้เยาวชนนักฟุตบอลชัยพงษ์คัพ ได้มีโอกาสจับต้อง   ถ้วยเปเล่  ด้วยตัวเอง  จึงรีบดำเนินการทันที
  •   1    สิงหาคม  1996   ทำหนังสือถึงเปเล่ในนามชัยพงษ์คัพส่งไป ผ่านไป 1 ปี ไม่ได้ผลแต่  วิเชียร  
      เธียรชัยพงษ์  ไม่สิ้นความพยายาม
  •   15  กันยายน  1997  ได้รับการสนับสนุนจาก   ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ช่วยทำหนังสืออย่างเป็น
      ทางผ่านกระทรวงต่างประเทศไปถึง  เปเล่  เพื่อขอถ้วยรางวัลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลยุชนอายุ
     ไม่เกิน 13 ปี  ชัยพงษ์คัพ                       
  •   25  กันยายน  1997  วิเชียร  เธียรชัยพงษ์   เกิดลางสังหรณ์ลึกๆว่าต้องได้ถ้วยเปเล่มาให้เยาวชน
     ไทยอย่างแน่นอน จึงเฝ้าภาวนาขอให้เป็นจริง

                                                  
ครั้งที่ 7  ปี ค.ศ.1997

        • 19-25  ตุลาคม  1997  การแข่งขันฟุตบอลชัยพงษ์คัพ ทีมโรงเรียน กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้แชมป์  หลังจากนั้น
        • 4  พฤศจิกายน  1997  การสร้างฝันให้เป็นจริง  ก็เกิดขึ้นจริงตามลางสังหรณ์  ถ้วยรางวัลพร้อมหนังสือรับรองจากเปเล่ส่งมาถึงสถานทูตไทย  เพื่อมอบให้กับเด็กๆที่เข้าร่วมการแข่งขัน ชัยพงษ์คัพ
        • 6  พฤศจิกายน  1997  ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมคณะและ วิเชียร เธียรชัยพงษ์
                                       เดินทางไปรับ ถ้วย ที่กระทรวงต่างประเทศ
        • ถ้วยที่ ราชาลูกหนังโลก เปเล่  ให้มาเป็นรางวัล  จึงเป็นสัญลักษณ์  เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการปฏิบัติตามหลักการของทีมงานและผู้เกี่ยวข้องในการแข่งขัน 
 



ครั้งที่ 8
  ปี ค.ศ.1998   มีปรากฏการณ์สำคัญที่ต้องจารึกไว้ในตำนานลูกหนังแห่งประเทศไทย ทีมชนะเลิศในปีนี้ ได้ถ้วยเปเล่ไปครอง ได้แก่  ทีมโรงเรียนกีฬานครสวรรค์ และปิยะพงษ์ ผิวอ่อนมอบถ้วยให้กับนักฟุตบอลยอดเยี่ยม คือเด็กชาย ธวัช ทองกลัด บ้านเมืองเก่า พิจิตร
 
 
ครั้งที่ 9   ปี ค.ศ.1999   การแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่น มีสนอง เครือมาก ผ.อ. สปจ.เป็นประธานจัดการแข่งขัน รอบคัดเลือกพิจิตรได้ 3 ทีม เข้าไปเล่นรอบสุดท้าย คือ ทีมรวมพิจิตร ทีมแหลมรัง ทีมคลองทราย พร้อมทีมต่าง จังหวัดคือ ร้อยเอ็ด กำแพงเพชร ปทุมคงคา กรุงเทพคริสเตียน และทีมโรงเรียนกีฬานครสวรรค์ที่ได้แชมป์
 


ครั้งที่ 10
 
ปี ค.ศ.2000   พล.ต.ต. เกริก กัลยาณมิตรผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตรเป็นประธานจัดการแข่งขัน มีทีมในจังหวัดพิจิตรทีได้เล่นในรอบสุดท้าย 4 ทีมรวมต่างจังหวัดเป็น 12 ทีม แข่ง 18-27 ตุลาคม 2543 ที่สนามกีฬาพิจิตร ทีมจังหวัดชลบุรีได้แชมป์ มีการโดดร่มเหิรเวหาโดยกองทัพอากาศนำโดยนายแพทย์ภาริทธ์ ตันกุลรัตน์เมื่อพิธีปิดการแข่งขัน TV. ช่อง 11 ถ่ายทอดสด
 

ครั้งที่ 11
  ปี ค.ศ. 2001   นายนิคม เกิดขันหมาก รองผู้ว่าฯพิจิตรเป็นประธานจัดการแข่งขัน มีทีมออลสตาร์โกเรียจากประเทศเกาหลีใต้เข้าร่วมแข่งเป็นครั้งแรกพร้อมทีมโรงเรียนกีฬาลำปาง เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครนายก สมุทรสงคราม เลย ร้อยเอ็ด กีฬาอุบลราชธานี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี กีฬากทม. ประเทืองทิพย์ อัสสัมชัญธนบุรี ทีมรวมพิจิตร และพิจิตรพิทยาคม ทีมจุฬาภรณ์ชลบุรีเป็นแชมป์
 

ครั้งที่ 12
  ปี ค.ศ. 2002   มีทีม สโมสรโรกุ จากเมืองไซตามะ ญี่ปุ่นและสโมสร    แอตลาสจากเกาหลีใต้ ร่วมแข่งพร้อมด้วย ชลบุรี พิจิตร สมุทรสงคราม กีฬา กทม. กีฬานครสวรรค์ ปทุมคงคา อัสสัมชัญธนบุรี สุราษฎร์ธานี ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี ทีมกีฬา กทม.เป็นแชมป์
 

ครั้งที่ 13  ปี ค.ศ.2003   ครั้งนี้ได้รับเกียรติ์จาก คัง ซอง มิน แชมป์โลกเดาะบอลชาวเกาหลีใต้มาเดาะบอลโชว์ในระหว่างพักครึ่งของคู่ชิงชนะเลิศ ซึ่งกีฬา กทม.ได้แชมป์ไปและเกาหลีใต้ได้รองแชมป์ ปทุมคงคาได้อันดับ 3ส่วนทีมจากไซตามะ ญี่ปุ่นตกรอบไป ในรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ครั้งนี้เป็นจุดที่ทีมงานตั้งใจจะแข่งเป็นครั้งสุดท้าย แต่เนื่องจากได้รับการตอบรับจากทีมที่เข้าร่วมแข่งและประชาชนคนดูจำนวนนับหมื่นให้การยอมรับว่ามีมาตรฐานสูงและมีคุณค่ามาก จึงได้เกิดขึ้นในปีต่อไปอีก
 


ครั้งที่ 14  ปี ค.ศ.2004   ปีนี้มีทีมแชมป์จากประเทศเวียตนามเข้าร่วมแข่งพร้อมทีมจากเกาหลีใต้ แต่ทั้งคู่ตกรอบแรก การแข่งขันรอบชิงสุดยอด กีฬา กทม.ชนะอัสสัมชัญธนบุรีไปได้ ชลบุรีอันดับ 3 
 
 


ครั้งที่ 15
  ปี ค.ศ.2005   ครั้งนี้มี 3 ชาติเข้าร่วมแข่ง คือทีมชาติลาว เวียตนาม เกาหลีใต้ ทีมชาติลาวได้แชมป์ไป กรุงเทพคริสเตียนได้รองแชมป์ การแข่งขันคราวนี้คนดูมากตั้งแต่คู่แรกจนคู่สุดท้ายเพราะทุกทีมเตรียมมาดี 
  
 

ครั้งที่ 16
  ปี ค.ศ.2006   ปีนี้หาสนามในพิจิตรแข่งไม่ได้ ต้องย้ายไปแข่งที่สนามมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต โดยมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตเป็นเจ้าภาพ ให้การสนับสนุน มีผู้ชมและสื่อมวลชนให้ความสนใจและเป็นข่าวตลอด การแข่งขัน มีทีมจากต่างประเทศ ทีมชาติลาว คุณหมิง เกาหลีใต้ รอบชิงทีมกีฬา กทม.ชนะทีมเพ็ญสมิทธ์ไปอย่างสนุกโดยต้องยิงลูกโทษชนะไป 10 ต่อ 9
 
ครั้งที่ 17  ปี ค.ศ.2007   เป็นปีที่ 2 ที่หาสนามในพิจิตรแข่งไม่ได้ แต่ก็ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสพัฒนารูปแบบการแข่งขันและสถานที่แข่งขันให้ก้าวสู่อินเตอร์ โดยแข่งขันที่สนามหญ้าเทียม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมมือกับ บ.โคโนแอนด์แนช จก.ซึ่งเป็นเครือข่ายสยามกีฬา ปีนี้มีทีมต่างชาติรวม 4 ทีม ทีมชาติลาวเวียตนาม ทีมคุณหมิง ทีมคังดง คู่ชิง อัสสัมชัญธนบุรีชนะเพ็ญสมิทธ์-พิจิตรไปแบบประทับใจคนดูโดยยิงลูกโทษ ชนะไป 5 ต่อ 4
 

ครั้งที่ 18
 ปี ค.ศ.2008
   ปีที่วิกฤตเศรษฐกิจโลกและปัญหาการเมืองภายในระดับชาติ ทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น คงเหลือทีมเกาหลี 2 ทีม ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ผลทีมชลบุรีพลิกชนะทีมหนองจอกพิทยานุสรณ์ไปแบบเร้าใจคนดู 5 ประตู ต่อ 2 ที่สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาท่ามกลางผู้ชมแน่นขนัด
 

ครั้งที่ 19  ปี ค.ศ.2009   ณ สนามโรงรียนเทศบาลบ้านปากทาง การแข่งขันคราวนี้ มี 8 ทีมชั้นนำ แชมป์ได้แก่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัย รองแชมป์ โรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ มีกิจกรรมที่พิเศษ จัดงานอวยพรวันเกิดให้กับเปเล่
  

ครั้งที่ 20  ปี ค.ศ.2010  ณ สนามกีฬากลางพิจิตร เป็นการแข่งครั้งสำคัญ ปิดตำนานฟุตบอลชัยพงษ์คัพทีมีมานานถึง 20 ปีจบลงด้วยชัยชนะของ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยที่เป็นแชมป์ถึง 4 สมัย ชนะจังหวัดชลบุรีไปอย่างสนุก มีการมอบฟุตบอลที่ระลึกให้กับผู้ชมถึง 1000 ใบ และของขวัญอีกมากมายในพิธีปิดตำนานอันยิ่งใหญ่

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 06 May 2011 )
 
ข่าวกีฬา
ข่าวกีฬาอังกฤษ
กระทู้ห้องศุภชลาศัย Pantip.com
ประมวลภาพผลงาน
© 2017  ชมรมฟุตบอลชัยพงษ์คัพ
10/25 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000