หน้าแรก arrow สถานที่ท่องเที่ยว


สถานที่ท่องเที่ยว พิมพ์ อีเมล์

อำเภอตะพานหิน


พระพุทธเกตุมงคล
พระพุทธเกตุมงคล หรือหลวงพ่อโตตะพานหิน เป็นพระพุทธรูป หลวงพ่อโต ขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ณ วัดเทวประสาท ตำบลห้อยเกตุ อำเภอ ตะพานหิน สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ มีขนาดใหญ่ที่สุด ในจังหวัดพิจิตร หน้าตักกว้าง ๒๐ เมตร สูง ๒๔ เมตร ได้รับพระราชทานนาม จากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวว่า "พระพุทธเกตุมงคล"

 


บึงน้ำกลัด
ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านน้ำกลัด ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน อยู่ห่างจากอำเภอตะพานหินประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสายตะพานหิน - วังสำโรง และเส้นทาง วังสำโรง - ไผ่ท่าโพ ( ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1070 ) จากอำเภอตะพานหินถึงทางแยกเข้าบึง มีป้ายบอกหมู่บ้าน อพป.บึงน้ำกลัด เลี้ยวขวาประมาณ 400 เมตร เป็นถนนลาดยาง จากนั้นเลี้ยวซ้ายประมาณ 300 เมตร
สภาพทั่วไปเป็นบึงกว้าง พื้นที่ประมาณ 120 ไร่ และในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายน - พฤษภาคม จะมีนกเป็ดน้ำ นกกระยางขาว และนกตับแคจำนวนมากบินอพยพหนีความหนาวจากไซบีเรียประเทศจีนมาอาศัย อยู่บริเวณบึงน้ำกลัดแห่งนี้โดยเฉพาะในเดือนธันวาคม จะเป็นเดือนที่มีนกชนิดต่าง ๆอาศัยอยู่มากที่สุด

วัดพระพุทธบาทเขารวก
ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน อยู่ห่างจากอำเภอตะพานหินไปประมาณ 10 กิโลเมตร ภายในวัดมีรอยประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งจำลองมาจากวัดพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี มีพระอาจารย์โง่นไสรโย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังองค์หนึ่งจำพรรษาอยู่ ซึ่งท่านเป็นผู้สร้างพระพุทธวิโมกข์ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง29 นิ้ว มอบให้โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลองที่ทำด้วยไม้ประดู่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และรูปปั้นฤาษีอายุ1000-1500 ปีซึ่งเป็นหินศิลาแลงจากลุ่มแม่น้ำเขิน ภายในวัดยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็กซึ่งมีสัตว์หลายชนิดไว้ให้ชมและศีกษาอีกด้วย

อำเภอบางมูลนาก


วัดห้วยเขน
ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยเขน อำเภอบางมูลนาก อยู่ห่างจากอำเภอ ประมาณ 8 กิโลเมตร ไปตามถนนสายบางมูลนาก-วังงิ้ว ภายในวัดมีโบสถ์เก่า ซึ่งกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ไว้ ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรม ฝาผนัง เกี่ยวกับเรื่องพุทธประวัติ เรื่องรามเกียรติ์ เป็นภาพของเก่าโบราณ ที่ยังไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติมใดๆ

วัดท่าช้าง
ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในวัดมีพระพุทธรูปหินที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง และที่สังเกตได้ง่าย คือ มีรูปปั้นช้างขนาดใหญ่ 2 เชือก อยู่บริเวณด้านหน้าวัด ซึ่งภายในมีพระพุทธรูปหิน ซึ่งมีชื่อเรียกกันว่า หลวงพ่อหิน เป็นพระพุทธรูปหินทรายแกะสลักมีอายุนานนับร้อยปี ประดิษฐานอยู่ที่วัดท่าช้าง ประชาชนให้ความเคารพนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันทางวัดได้สร้างมณฑปเป็นที่ประดิษฐานอย่างสวยงาม ดูเด่นเป็นสง่า ทำให้ประชาชนมานมัสการได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

อำเภอเมือง


วัดท่าหลวง
เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิจิตร อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ใกล้ศาลากลางจังหวัด วัดนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2388 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามมาก มีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองพิจิตร ประวัติมีอยู่ว่า พระพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าเมืองอยากได้พระประธานมาประดิษฐานที่จังหวัดพิจิตร ในโอกาสที่ทัพกรุงศรีอยุธยาได้เดินทางผ่านเมืองพิจิตรเพื่อไปปราบขบถจอมทองเมืองเชียงใหม่ พระพิจิตรจึงได้ขอร้องแม่ทัพว่า เมื่อปราบขบถเสร็จแล้วให้หาพระมาฝาก ดังนั้น เมื่อเสร็จศึก แม่ทัพนั้นจึงได้อาราธนาพระพุทธรูป หลวงพ่อเพชรลงแพลูกบวบล่องมาทางแม่น้ำปิง โดยฝากเจ้าเมืองกำแพงเพชรไว้ ต่อมาจึงได้อาราธนาหลวงพ่อเพชรมาประดิษฐานไว้ ณ อุโบสถวัดนครชุมก่อน แล้วจึงย้ายมาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จนถึงปัจจุบัน พระอุโบสถจะเปิดให้ประชาชนเข้านมัสการหลวงพ่อเพชรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30-18.00 น.

รูปปั้นพญาชาละวัน
เป็นรูปปั้นจระเข้ที่มีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร ปากยาว 4.5 เมตร ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของบึงสีไฟ มีลักษณะเด่นและงดงามมาก ภายในตัวจระเข้นี้ยังมีห้องประชุมขนาด 25-30 ที่นั่งอีกด้วย

วัดโรงช้าง
อยู่ที่ตำบลโรงช้าง  อำเภอเมือง  เดิมที่แห่งนี้เรียกว่ากองช้าง  เพราะเป็นที่พักของกองช้าง  ต่อมาได้เรียกเพี้ยนออกไปเป็นคลองช้าง  จนที่สุดก็ได้เปลี่ยนมาเป็นโรงช้าง ในบริเวณวัด  มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่  ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง 3 องค์  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหนึ่งองค์  ปางห้ามญาติหนึ่งองค์  และปางไสยาสน์หนึ่งองค์ เจดีย์ของวัดมีห้องใต้ดินใช้เก็บแผ่นอิฐจารึกพระไตรปิฎก จำนวน 84,000 พระธรรมขันธ์  เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังในอนาคตอันไกล ได้มีสิ่งนี้ไว้เป็นมรดก  เมื่อเกิดภัยพิบัตในรูปแบบต่างๆ  ทำให้พระไตรปิฎกต้องสูญหายไป

วัดเขารูปช้าง
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของตัวเมืองพิจิตรไปตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 15 กม. ในตำบลดงป่าคำ โบราณสถานของวัดเขารูปช้างที่มองเห็นเด่นเป็นสง่าคือ เจดีย์แบบลังกาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อน และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ โดยได้ประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ สำหรับลานกว้างบนยอดเขา ทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่งและมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่งเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟืองแต่ยอดเจดีย์หักแล้ว นอกจากนั้นยังมีมณฑปแบบจตุรมุขหลังเก่าอยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่ ภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทสำริด ที่ฝาผนังมีภาพเขียนเรื่องไตรภูมิพระร่วงด้วย

บึงสีไฟ
เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศซึ่งเคยมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 12,000 ไร่ ลักษณะของบึงกว้างกลม คล้ายกะทะ แต่รีไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ในปี 2521 กรมประมงได้จัด ตั้งสถานีประมงน้ำจืดเพื่อเพาะพันธุ์ปลา และจังหวัดพิจิตรได้สร้างศาลาบึงสีไฟให้ประชาชนได้พัก ผ่อนหย่อนใจ บึงสีไฟนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร

อำเภอโพทะเล


วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน)
เป็นที่ประดิษฐาน รูปหล่อเท่าองค์จริงหลวงพ่อเงินและเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์นครไชยบวร ซึ่งจัดแสดงศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่พบในเมืองนครไชยบวร ทุกยุค ทุกสมัย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงยุคปัจจุบัน

อำเภอโพธิ์ประทับช้าง


วัดโพธิ์ประทับช้าง
วัดโพธิ์ประทับช้าง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2242 โดยสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาครับ เพื่อเป็น ที่ระลึกถึงมาตุภูมิของพระองค์ วัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำ พิจิตรเก่า ตำบลโพธิ์ประทับ ช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง วัดนี้อยู่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 27 กิโลเมตร ไปตามถนนสายพิจิตร-วังจิก ก่อนถึงวังจิก 2 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าสู่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ก่อนถึงอำเภอจะมีทางแยกซ้ายมือเข้า ไปอีก 4 กิโลเมตร ถึงวัดโพธิ์ประทับช้าง หน้าวัดมีต้นตะเคียน ซึ่งกล่าวกันว่า มีอายุราว 260 ปี วัดโดยรอบ ได้ 7 เมตร 60 เซนติเมตร หรือ 7 คนโอบ วัดนี้เป็นวัดที่มีพระวิหารสูงใหญ่ มี กำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็น ศิลปะแบบอยุธยา ปัจจุบันได้รับการบูรณะซ่อมแซมจากกรมศิลปากร เพื่ออนุรักษ์ ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชม นอกจากนี้ชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้างได้สร้างอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าเสือไว้เป็นที่ระลึกข้างที่ว่าการอำเภอโพธิ์ ประทับช้างอีกด้วยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์

http://www.nairobroo.com/nairobroo_monthly/2005/11/map1.htm
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 11 September 2008 )
 
ข่าวกีฬา
ข่าวกีฬาอังกฤษ
กระทู้ห้องศุภชลาศัย Pantip.com
ประมวลภาพผลงาน
© 2017  ชมรมฟุตบอลชัยพงษ์คัพ
10/25 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000